เช้านี้เราตื่นกันแต่เช้า เพราะทางโรงแรมรติลานนาที่เราพักเมื่อคืน เค้ามีการจัดของให้เราใส่บาตรพระตอนเช้าได้ด้วย ครอบครัวเราจองไว้ 1 ชุด พนักงานแจ้งว่าพระจะมารับบาตรประมาณ 7 โมงกว่าๆ เราเลยต้องตื่นมากันแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปใส่บาตรกัน
อากาศยามเช้าริมแม่น้ำปิงสดชื่นมาก อากาศเย็นพอสมควรแบบต้องใส่แขนยาว แต่ยังไม่ต้องเสื้อกันหนาวก็ยังพอไหวอยู่
เราไปรอก่อน รอสักพักไม่เกิน 10 นาทีก็เห็นเรือของพระมาตามแม่น้ำปิง
ข้าวหอมกับแม่ตักบาตร พ่อกบเก็บรูป นี่นับเป็นประสบการณ์การใส่บาตรพระริมน้ำครั้งแรกของครอบครัวเรา รู้สึกดีมากๆ เลย
ตักบาตรเรียบร้อยเราก็มาถ่ายรูปริมน้ำเล่นกัน
วิวแม่น้ำปิงจากฝั่งโรงแรมเรา มองไปไม่ไกลเห็นฝายน้ำด้วย
อันนี้ตัวโรงแรม บริเวณริมน้ำ ตรงนี้เป็นห้องอาหารที่เรามาทานกันตอนเช้า
ตึกโรงแรม ทุกห้องเห็นแม่น้ำหมด แต่เห็นมากน้อยไม่เท่ากัน มีสระว่ายน้ำแถวๆหน้าห้องอาหาร วันที่เราไปพัก ไม่มีใครว่ายน้ำกันเลย เพราะอากาศเย็นมากๆ
ฝั่งตรงข้ามโรงแรมมีบ้านใครไม่รู้ รั้วบ้านยาวมากๆๆๆๆ
นี่ก็เป็นตัวบ้านเค้า บ้านโบราณ บรรยากาศดีมากๆ
พอถ่ายรูปกันพอสมควร เราก็มารับประทานอาหารเช้ากัน อาหารที่นี่มีให้เลือกเยอะใช้ได้เลย รสชาดอาหารก็อร่อยดีด้วย บ้านเราเลยใช้เวลากับอาหารเช้านานไปหน่อย
อร่อยครับ พ่อกบการันตี รูปนี้ฝีมือข้าวหอมถ่ายให้พ่อ
พ่อกบถ่ายยรูปข้าวหอมบ้าง
ทางเดินชมโรงแรม ระหว่างทางไปห้องอาหารกับห้องเรา เห็นต้นไม้สวยดีเลยถ่ายรูปไว้
หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อย ซึ่งก็เป็นเวลาสายมากๆแล้ว 9 โมงกว่าๆ บ้านเราก็ออกจากโรงแรมกัน สถานที่เที่ยวแรกของเช้านี้คือพระราชวังภูพิงค์ที่แปรพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์เวลามาประทับทรงงานที่เชียงใหม่
ตั้งแต่ขับรถออกจากโรงแรมแม่ก็เริ่มปวดหัวแล้ว จริงๆปวดตั้งแต่เช้า หลังทานอาหารเช้าเสร็จก็ทานยาเลย แต่ตลอดทางที่นั่งรถมาไม่ค่อยดีเลย ยิ่งขับรถขึ้นดอยสุเทพ เพื่อจะไปภูพิงค์กัน ทางขึ้นเขาคดเคี้ยว แม่ยิ่งแย่ใหญ่ต้องนั่งดมยาดมมาตลอดทาง ส่วนข้าวหอมยังดีที่หลับไปหลังจากเริ่มขึ้นเขา พอรถจอดที่ด้านหน้าที่จอดรถภูพิงค์ปั้บ แม่วิ่งลงไปอาเจียนทันที ยังดีที่พกถุงพลาสติกติดตัวมา ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ขึ้นดอยสูงหรือนานกว่านี้ก็ไปมาแล้ว แต่วันนี้สงสัยจะจากปวดหัว ทานยาและอาหารเช้ามาเยอะไปหน่อย แต่พอได้อาเจียนแล้วก็พักสักครู่ก็ดีขึ้น บวกกับอากาศสดชื่นเย็นๆที่บนดอยนี้ แม่ก็เที่ยวต่อได้
ที่พระตำหนักภูพิงค์ ตอนนี้เปิดให้ชมได้เกือบตลอดทั้งปี เพราะที่นี่จะปิดเวลามีขบวนเสด็จมา แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าในหลวงและสมเด็จพระราชินีไม่ได้เสด็จมาที่นี่นานมากแล้ว จะมีบ้างก็แต่พระองค์ภาเสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์บ้าง ตอนนี้เค้ามีบริการพาชมเที่ยวบริเวณพระตำหนักโดยรถกอล์ฟ มีคนขับให้และเป็นไกด์ไปในตัวด้วยเลย รอบละเกือบชั่วโมงคิด 300 บาท ต่อรอบ
รูปถ่ายครอบครัวรูปแรกที่ด้านหน้าพระตำหนักแห่งหนึ่งในภูพิงค์
ข้าวหอมเอาน้องหมาลูกรักขึ้นมาเที่ยวด้วย แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะอากาศบนนี้เย็นเอาเรื่องทีเดียว ข้าวหอมจะได้มีตุ๊กตากอดแก้หนาวด้วย
รูปครอบครัวพี่ไกด์ที่ขับรถกอล์ฟให้เราถ่ายรูปให้
จุดแวะที่สองบริเวณหน้าพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเวลาเสด็จมาทรงประทับที่ภูพิงค์
พร้อมหน้าครอบครัว
นั่งรถกอล์ฟจากที่บริเวณพระตำหนักทรงประทับของในหลวงไปบริเวณศาลาทรงเลี้ยง
ศาลาทรงเลี้ยง สำหรับทรงพระกระยาหารค่ำ หรือจัดงานเลี้ยงเล็กๆส่วนพระองค์
รูปนี้ข้าวหอมไม่ยอมยิ้มเลยโดนพ่อกบแกล้ง
บริเวณน้ำพุ
จากนั้นเราก็นั่งรถกอล์ฟไปต่อกันที่บริเวณอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีน้ำพุและมีการเปิดเพลงประกอบด้วย แถมยังมีสวนดอกไม้สวยๆรอบๆ เราใช้เวลาถ่ายรูปกันบริเวณนี้นานพอควรเลยทีเดียว
ทำท่าเหมือนกัน แต่ความน่ารักต่างกัน
ดอกไม้สวยมาก
ครอบครัวกลมเกลียว
ข้าวหอมขอเดี่ยวกับน้องหมาคู่ใจ
ภาพเดี่ยวข้าวหอมเซ็ตนี้น่ารักมากๆ ดูอารมณ์ดี พ่อกบก็ถ่ายออกมาได้ดีด้วย
บริเวณรอบๆอ่างเก็บน้ำ ยังมีร้านน้ำและร้านอาหารด้วย แต่เราไม่ได้ทานกันเพราะเค้าจำกัดเวลาเที่ยวโดยรถกอล์ฟเดี๊ยวเราไปเที่ยวจุดอื่นต่อไม่ทัน
จากนั้นรถกอล์ฟก็พาเราวิ่งผ่านพระตำหนักไม้ยูคาลิปตัสแห่งแรก ของสมเด็จพระราชินี
พระตำหนักไม้ยูคาลิปตัสหลังต่อมา สมเด็จทรงสั่งให้ปลูกมอบให้พระบรม
พระตำหนักสำหรับทรงงานและเป็นสถานที่อบรมพวกชาวบ้านชาวเขาทำงานฝีมือด้วย
จุดต่อมาที่เราได้แวะลงไปถ่ายรูปคือสวนกุหลาบทรงให้ชื่อว่าสวนสุวรี ที่นี่มีกุหลาบหลายสายพันธุ์และสวยๆเยอะมาก
กุหลาบใหญ่เกือบเท่าหน้าแม่แน่ะ
ข้าวหอมกับน้องหมาลูกรักในสวนกุหลาบ
พระตำหนักในสวนกุหลาบสำหรับไว้ทรงชื่นชมกุหลาบโดยเฉพาะ
ข้าวหอมไม่ยอมให้ความร่วมมือในการถ่ายรูป ทำทะเล้นหลบหน้า
หลังจากชมสวนกุหลาบ ใช้เวลาถ่ายรูปกันพอสมควร ไกด์ก็เรียกกลับเพราะใกล้หมดเวลา 1 รอบแล้ว ระหว่างทางผ่านกอไผ่พม่า ต้นยักษ์ใหญ่มากๆ เราเลยแวะขอให้ไกด์ถ่ายรูปให้ด้วย
หลังจากหมดเวลาชมพระตำหนักโดยรถกอล์ฟพี่คนขับก็พาเรามาส่งยังจุดเดิมด้านหน้า บริเวณนั้นมีร้านกาแฟ ร้านขายของจากศูนย์ศิลปาชีพ แม่ก็ซื้อน้ำส้มกินกับข้าวหอม ซื้อกาแฟให้พ่อกบ ส่วนพ่อกบขอไปช้อปปิ้งของในร้านได้กางเกงผ้าฝ้ายมา2 ตัว กับหนังสือมา 1 เล่ม จากนั้นเราก็ตกลงจะกลับกัน ก่อนกลับเราแวะร้านขายของที่ระลึกด้านนอกบริเวณที่จอดรถด้วย พ่อกบได้เสื้อผ้าฝ้ายสไตล์เมืองเหนือสีขาวมา 2 ตัว แล้วก็เลยใส่เสื้อที่ซื้อมาแทนเสื้อยืดแขนยาวตอนเช้าเลย เพราะพอกลางวันและลงมาด้านล่างแล้วมันไม่ร้อนเลย ขากลับนั่งรถลงจากเขา แม่ก็มีอาการเวียนศรีษะเหมือนตอนขาขึ้นมาเปี้ยบเลย พอลงไปถึงด้านล่างแม่ก็เลยอาเจียนอีก พอหันไปเห็นข้าวหอมลูกก็น้ำตาคลอๆ บอกว่าสงสารคุณแม่ไม่สบาย เราเลยตกลงกลับไปโรงแรมพักผ่อนกันก่อน หลังจากได้พักนิดหน่อย ล้างหน้าล้างตาแล้วแม่ก็อาการดีขึ้น หลังจากนั้นเราก็พากันไปแช่น้ำแร่ที่สันกำแพงกัน ลักษณะคล้ายๆแช่ออนเซ็น ของญี่ปุ่น ชื่อโรงแรมออนเซ็นสันกำแพง ที่นี่มีห้องแยกให้สำหรับให้แช่ตัวเป็นการส่วนตัว บ้านเราตกลงแช่แบบห้องแยกส่วนตัวกัน สถานที่เค้าก็พอใช้ได้ แต่สงสัยพ่อกบคงจะคาดหวังว่าเป็นแบบญี่ปุ่นเลยผิดหวังเล็กน้อย เราก็เลยแช่กันไม่นาน พอให้ข้าวหอมได้สนุกแล้วก็รีบออกมากัน เพราะขับรถเกือบชั่วโมงเหมือนกันจากตัวเมืองเชียงใหม่ จากนั้นเราก็มุ่งหน้าเตรียมไปเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีกัน
ระหว่างทางก่อนถึงไนท์ซาฟารี เราเจอร้านอาหารดูดีมากๆ ชื่อร้านข้าวเม่าข้าวฟ่าง ประกอบกับได้เวลาอาหารเย็นแล้วด้วย เราก็เลยแวะทานอาหารที่นี่กัน ร้านนี้ใหญ่มากๆ มีหนองน้ำและจัดเป็นสวนและโต๊ะอาหารรอบๆ เราเลือกนั่งด้านนอกติดกับวิวน้ำ ทุกอย่างในร้านอาหารจัดเข้ากันหมด แม้นกระทั่งห้องน้ำก็จัดเป็นสวนสวยเชียว ข้าวหอมเดินเข้าออกเล่นในห้องน้ำตั้งหลายครั้งเลย หลังทานอาหารเสร็จมีแรงเราก็มุ่งหน้าไปไนท์ซาฟารีกันเลย
เรามาถึงไนท์ซาฟารีกันก็ทุ่มกว่าๆแล้ว รีบซื้อตั๋วเข้าไป มีเวลาเดินชมสัตว์ด้านหน้ากันนิดหน่อย เพราะเราต้องไปชมการแสดงน้ำพุตอน 2 ทุ่มบริเวณทะเลสาป
ด้านหน้ามีกรงเสือขาวและสิงโตขาวให้ดูกัน
บริเวณลานแสดงน้ำพุที่เราไปจับจองที่ก่อน มีเจ้าหน้าที่สวนสัตว์พาน้องเม่นตัวนี้มาเดินเล่นโชว์ตัว
พ่อกบขออุ้มน้องเม่น ข้าวหอมสนใจแต่กล้าๆกลัว เห็นได้จากสีหน้า ไม่กล้าเข้าใกล้มาก ส่วนแม่ขอบายอยู่แล้วเรื่องแบบนี้ ขอเป็นตากล้องอย่างเดียวจ้า
พอใกล้เวลาแสดงน้ำพุ เค้ามีโชว์เล็กๆน้อยๆ ที่บริเวณลานโล่งก่อน เค้าใช้พวกแปลงเพศแสดง ข้าวหอมแปลกใจมาก ถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชายคะแม่
การแสดงน้ำพุบริเวณทะเลสาป เราจองที่นั่งได้หน้าๆเลย เพราะส่งพ่อกบไปนั่งรอก่อนตั้งนาน จริงๆการแสดงก็สวยดีนะแต่เราถ่ายรูปมาได้ไม่ดีเอง
หลังจากชมการแสดงน้ำพุเสร็จ ก็ได้เวลาไปนั่งรถชมไนท์ซาฟารีรอบๆ ที่นี่เค้าแบ่งเป็น 2 ส่วน เราไปนั่งดูส่วนใต้ก่อน ตอนนั่งรถหนาวและลมแรงมาก สงสารพ่อกบที่ทำเปรี้ยวไม่ใส่เสื้อกันหนาวแถมยังใส่เป็นเสื้อผ้าฝ้ายที่ซื้อใหม่เมื่อตอนกลางวันมาอีกต่างหาก เวลารถวิ่งลมพัดมาหนาวมากๆ ดีนะที่แม่เตรียมเสื้อกันหนาวมาให้ข้าวหอม รถพาเราวิ่งชมสัตว์ต่างๆมีสัตว์แปลกๆหลายอย่าง ต่างจากที่สวนสัตว์เปิดเชียงใหม่เยอะเหมือนกัน หลังจากชมโซนใต้เสร็จเค้าก็พาชมโซนเหนือต่อ ซึ่งปกติต้องเปลี่ยนรถ แต่รอบเราเป็นรอบสุดท้ายเลยไม่ต้องเปลี่ยนนั่งรถคันเดียวชมได้สองโซนเลย พอเริ่มเปลี่ยนโซนข้าวหอมก็หลับไปเรียบร้อย สรุปว่าได้ดูแค่โซนเดียว หลังจากชมสัตว์เสร็จก็ประมาณ 3 ทุ่มหน่อยๆแล้ว เราก็แบกข้าวหอมซึ่งหลับไปขึ้นรถกลับโรงแรมกัน โดยก่อนกลับยังได้ไปแวะซื้อของที่ระลึกเล็กน้อย
ได้ยางลบรูปสัตว์ไว้ให้ข้าวหอมไปฝากเพื่อนๆด้วย
หลังจากถึงที่พักก็เช็ดตัวให้ลูกซึ่งหลับยาวเลย ส่วนแม่ก็ได้เวลานอนเหมือนกันหมดแรงแพ็คของกลับแล้ว เก็บแรงไว้เที่ยวพรุ่งนี้ต่ออีก ส่วนของก็เก็บไว้แพ็ควันพรุ่งนี้แล้วกัน
รักข้าวหอม+พ่อกบ ทุกวันเลยจ้ะ
แม่เบียร์
เขียนเมื่อ 21 กพ 2554
พระตำหนักสวยมาก ดอกไม้สวย ตอนชั้นไปเดือน ต.ค.ยังไม่ค่อยมีดอกไม้เลย
ตอบลบ