เช้าวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว เราก็ยังคงคอนเซ็ปเรื่อยๆสบายๆสไตล์บ้านเรา คือตื่นสาย กว่าจะได้ทานอาหารเช้าเสร็จ เก็บของออกจากโรงแรมก็ สิบโมงกว่าแล้ว
ภาพห้องอาหารเช้าที่เรามาทานกัน
ข้าวหอมสนุกกับการทานอาหารเช้า
โคลสอัพก็ยังน่ารัก
พาตุ๊กตาหมาคู่ใจลงมากินข้าวด้วย
รูปถ่ายห้องพักและบรรยากาศในโรงแรม ห้องพักรกไปหน่อย เพราะเราเก็บของเตรียมออกแล้ว จริงๆห้องพักที่นี่เค้าสวยกว่าที่เราถ่ายรูปมานะ จัดว่าเป็น 5 ดาวจริงๆ ห้องอาหารก็ดี พนักงานก็ใช้ได้ ความสะอาดบริเวณโรงแรมดีหมด สรุปว่าถ้ามีโอกาสก็อยากกลับมาพักอีก คราวนี้เราได้ voucher ห้องพักที่นี่จากการที่แม่สมัครสมาชิกหนังสือ 2 ปี เท่ากับว่าเราจ่ายค่าโรงแรมและได้หนังสืออ่าน 2 ปีฟรีได้เลยละ นับว่าคุ้มมากๆๆๆ
หลังออกจากโรงแรม แม่กับพ่อกบตกลงกันว่าอยากจะแวะไปที่บ้านถวายกันหน่อย เพราะอยากไปดูของและเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน เผื่อจะได้อะไรมาแต่งบ้านใหม่เราบ้าง ระหว่างทางข้าวหอมหลับไป จนไปถึงบ้านถวายก็ยังหลับอยู่ เราก็ไม่ปลุกลูกกัน ใช้วิธีจอดรถติดแอร์ให้นอน แม่กับพ่อผลัดกันลงไปดูของ ผลัดกันขึ้นมาเฝ้าลูกทีละคน จนได้ประมาณอีกครึ่งชั่วโมงที่จอดรถไปแล้วลูกถึงตื่นมา เราก็ชวนลูกลงไปเดินดูของกัน ต้องใช้ความพยายามพอสมควร ลูกยอมไปช่วยคุณพ่อดูไม้แกะสลักรูปช้าง ซึ่งตกลงซื้อกันมา 4 เชือก ส่วนแม่ได้ตระกร้าสานใส่ของใบใหญ่เชียว เราเลยไม่เอามาด้วยใช้วิธีส่งทั้งตะกร้าและเอาช้างใส่ข้างในตะกร้า รวมของจุกจิกอื่นๆอีกนิดหน่อยจนเต็มตะกร้า ค่าส่งแค่ประมาณ 200 กว่าบาทเอง นับว่าถูกมากเราไม่ต้องหอบหิ้วกันมาเอง อีกสองวันของก็ส่งถึงมือแม่ที่ กทมแล้ว นับว่าเร็วและค่าบริการถูกมากๆ
หลังจากใช้เวลาที่บ้านถวายสักพัก แต่ยังไม่จุใจพ่อกบเลย ต้องบอกว่าไว้บ้านเสร็จแล้วมาเชียงใหม่กันใหม่ คราวนี้จะใหอยู่ที่นี่เป็นวันเลย จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปที่วัดเกตุการามซึ่งอยู่ในเมืองเชียงใหม่กันต่อ ที่นี่นับเป็นวัดที่มีพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ ของข้าวหอม
รูปด้านบนเป็นรูปอาคารไม้โบราณภายในวัดตอนนี้จัดเป็นพิพิธภัณท์แสดงข้าวของโบราณที่ชาวบ้านในชุมชนนำมารวบรวมและบริจาคให้วัดเพื่อจัดแสดงกัน
เราแวะเข้าไปไหว้พระในอุโบสถกันก่อน
จากนั้นก็มาซื้อดอกไม้และสิ่งของเพื่อบูชาพระธาตุกัน จะเห็นว่าที่นี่จัดของบูชาพระธาตุน่ารักมาก มีตุ๊กตารูปปั้นปีเกิดต่างๆ ของบ้านเราสามคนสามปีเลย
ของเด็กปีหมา
ของพ่อกบปีเสือ แม่เบียร์ปีวัว ข้าวหอมปีหมา
ขอให้เราเกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันทุกชาติไปจ้ะ
พระธาตุวัดเกตุการาม
หลังจากบูชาพระธาตุเรียบร้อย เราก็เดินชมวัดกัน รูปนี้เป็นอาคารไม้โบราณ ตอนนี้ปิดไว้เฉยๆ สมัยก่อนเค้าบอกว่าใช้เป็นสถานที่เรียนหนังสือของพระและสามเณร ลายไม้ปิดทองที่อาคารเก่าหลังนี้สวยมากๆๆ หน้าบ้านมีกระจกโบราณด้วย ทำให้นึกถึงนิยายเรื่องบ่วงทวิภพที่นางเอกย้อนเวลาไปอดีตได้จากกระจกโบราณ
แม่ลูก หน้าอาคารไม้โบราณแสนสวย
แวะถ่ายรูปด้านหน้าพระอุโบสถอีกที
หลังจากแวะถ่ายรูปที่ด้านหน้าอุโบสถแล้ว เราก็เดินย้อนกลับไปที่อาคารแรกที่เราถ่ายรูปมาคือเป็นอาคารไม้ที่เป็นพิพิธภัณท์ ในนั้นมีของเก่าหลายอย่าง บรรยากาศภายในจะทึมๆหน่อย มีคนเฝ้าเป็นคุณลุงแก่ๆ คอยบอกประวัติสิ่งของต่างๆภายในด้วย เราใช้เวลาอยู่ในนั้นไม่นานนักทั้งที่พ่อกับแม่ชอบมาก แต่ข้าวหอมคงจะสัมผัสบรรยากาศทึมๆภายในได้ สำหรับเด็กคงจะกลัวๆพอควร ก็เลยขอกลับ แต่ข้าวหอมก็ได้ประสบการณ์จากที่นี่พอควร ลูกเห็นพระพุทธรูปแบบพม่า ก็รู้ว่าแปลกไปจากพระพุทธรูปแบบปกติที่เคยเห็น ลูกถามว่าทำไมพระพุทธเจ้าถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะคุณแม่ เราก็คอยอธิบายให้ลูกไป
ก่อนกลับเราลงนามในสมุดเยี่ยมชมพิพิธภัณท์ด้วย พร้อมทั้งบริจาคเพื่อช่วยในการดูแลสถานที่แห่งนี้ด้วย
หลังจากนั้นเราก็กลับออกจากวัดกัน เราเดินไปที่ร้านเวียงจุมออนเพื่อทานของว่างตอนบ่ายกัน ที่ร้านกับวัดไม่ไกลกันเลย เราเลยจอดรถไว้ที่ด้านหลังวัดแล้วเดินไป
บรรยากาศและขนมที่คุ้นเคยในร้านแสนสวยนี้ แม่กับพ่อติดใจชาและเครื่องชงชาหลายๆอย่างของที่นี่มาก แต่คิดว่าซื้อไปหลายอย่างก็คงไว้เก็บเท่านั้น เลยต้องตัดในซื้อมาแค่นิดหน่อย ชิ้นที่คิดว่าพอได้ใช้บ้าง
หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศและขนมแสนอร่อยที่ร้านเวียงจุมออนเสร็จ เราก็เดินข้ามสะพาน ข้ามแม่น้ำปิงไปที่ตลาดวโรรสเพื่อซื้ออาหารและของฝากกัน
บรรยากาศระหว่างเดินข้ามสะพาน ตอนนั้นประมาณ 2-3 โมงช่วงบ่ายแล้ว แต่ไม่มีแดดเลย ทำให้เราเดินกันได้สบายๆ แม้นจะต้องเดินข้ามสะพานและข้ามสะพานลอยนานหน่อย ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เราใช้เวลาเร่งซื้อของฝากเป็นผ้าไปฝากคุณยาย คุณย่าสั่งซื้อลำไยแห้ง แม่กับพ่ออยากกินไส้อั่วน้ำพริกหนุ่มร้านดำรงค์ พอได้ครบเราก็ให้เค้าแพ็คใส่ลัง เพื่อจะได้โหลดขึ้นเครื่องได้เราไม่ต้องถือขึ้นเครื่องเอง จากนั้นเราก็รีบเดินกลับไปที่รถที่จอดไว้ที่หลังวัด เพื่อขับไปที่สนามบิน รอเวลาขึ้นเครื่องกลับบ้านกัน
การเดินทางทริปนี้ก็ราบรื่นดี มีที่เราเกือบเกิดรถจักรยานยนต์ชนกันในวันแรก แต่ก็แคล้วคลาดมาได้ นอกนั้นก็ราบรื่นมีความสุขสนุกสนานกันดี แม้นเราจะไม่เน้นเที่ยวหลายที่กันมาก แต่ครั้งนี้เราก็ได้ไปเก็บเที่ยวสถานที่ที่ยังไม่เคยไปเช่น ภูพิงค์ กับไนท์ซาฟารีกัน คราวหน้าถ้ามีเวลามาอีก แม่กับพ่อหมายมั่นปั้นมืออยากจะได้ไปเดินซื้อของแต่งบ้านที่บ้านถวายกันมาก หวังว่าอีกไม่นานคงได้เจอกันอีกนะจ้ะ เชียงใหม่
รักและภูมิใจในตัวข้าวหอมทุกวันนะลูก
แม่เบียร์
บันทึกเมื่อ 26 กพ 2554
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น