วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เชียงใหม่ ลำปาง วันที่สอง

เช้าวันที่สองของการท่องเที่ยว --16 มกราคม 2554 

                              เช้านี้เราตื่นมารับอากาศสดชื่นของชานเมืองลำปางกัน   เรานอนตื่นสายกันมากประมาณ 8 โมงได้  เมื่อคืนนอนปวดตัวนิดหน่อย  เพราะเตียง 5 ฟุตเรานอนกัน 3 คนต้องเบียดๆกันพอสมควรเลย        พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ไปทานอาหารเช้าที่ทางที่พักเตรียมไว้เป็น  ข้าวต้ม 1 ที่  กับขนมปัง ไข่ดาวอีก 1 ที่    




ข้าวหอมกำลังนั่งเล่น Ipad ที่บริเวณโต๊ะอาหารตอนเช้าของที่พัก  รอบๆมีบ่อปลาคาร์ฟด้วย

 


กำลังคร่ำเคร่งกับ Ipad   สองรูปนี้พ่อกบถ่ายรูปมา  เพราะแม่ให้ข้าวหอมกับพ่ออาบน้ำกันก่อน  แล้วก็ออกไปทานอาหารกัน  ส่วนแม่อาบทีหลังและต้องเก็บของด้วย  เพราะเราต้องย้ายไปนอนเชียงใหม่กัน




บริเวณด้านหน้าที่พัก  อากาศเย็น บรรยากาศดีมาก รอบๆยังเป็นท้องนาอยู่เลย  เงียบสงบจริงๆ




บ่อปลาคาร์ฟรอบๆ  คุณพ่อกบกับข้าวหอมชอบมาก  เค้ามีอาหารปลาด้วย  ข้าวหอมสนุกให้อาหารปลาใหญ่เลย  ส่วนพ่อกบก็ชอบอยากมาทำบ่อปลาที่บ้านบ้าง

หลังทานอาหารเช้ากันเรียบร้อย  เราก็เก็บข้าวของ  เดินทางออกจากที่พักกันตอน 9 โมงกว่าๆแล้ว  มุ่งหน้าไปวัดพระธาตุลำปางหลวง  (วัดพระธาตุประจำคนเกิดปีฉลู  ปีเกิดแม่เบียร์ )  




นอกจากที่นี่จะเป็นพระธาตุประจำปีเกิดแม่เบียร์แล้ว  ยังเป็นวัดในดวงใจของแม่ด้วย   เพราะว่ากำแพงวัดที่นี่สวยมากๆ  ตัววัดสร้างอยู่บนเนิน  ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่  ขลัง  และเก่าๆดี   




สำหรับข้าวหอมเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก   แต่แม่มาหลายครั้งแล้ว  ทุกทีมักจะมาตรงวันธรรมดา   วันนี้วันอาทิตย์คนค่อนข้างเยอะ    รอบๆวัดก็เปลี่ยนไปมาก  เป็นลานมีรถทัวร์มาลงมีร้านขายของเต็มไปหมด  เมื่อก่อนตอนแม่มาแรกๆ  น่าจะเกิน 7-8 ปีแล้วตอนนั้นรอบๆบริเวณวัดไม่มีร้านขายของเลย





สองคนพ่อลูก  หน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง




ข้าวหอมกับแม่บ้าง




ช่วงนี้ข้าวหอมชอบทำท่าทะเล้นเวลาถ่ายรูป  บางทีก็เอามือปิดหน้า  บางทีก็หันก้นให้กล้องบ้าง  อย่างรูปนี้ก็แลบลิ้น





รูปครอบครัวหน้าป้ายชื่อวัด  วานให้นักท่องเที่ยวคนอื่นเค้าถ่ายให้




ข้าวหอมบริเวณบันไดทางเดินขึ้นไปวัด




รูปนี้น่ารักดี



แม่ขอร่วมเฟรมด้วย



วันนี้ในวัดเค้ามีการจัดงานกันด้วย  แต่เรียกไม่ถูกว่าเป็นงานอะไร  ข้าวหอมพยายามแอ็คชั่นท่าส่วนตัวอยู่




แต่แม่บอกว่าไม่ได้  ถ่ายรูปกับพระในวัดต้องเรียบร้อย  เลยได้ท่านี้มาแทน




จากนั้นเราก็เดินมาที่อุโบสถอีกหลัง  ในนั้นเราสามารถเข้าไปนมัสการพระประธาน  และสามารถดูรูปพระธาตุกลับหัวได้เช่นกัน  ในนี้สามารถเข้าได้ทั้งหญิงและชาย





รูปองค์พระธาตุชัดๆ



ด้านหลังพระธาตุ  จะมีหอสูงด้านในนั้นจะดูรูปพระธาตุหัวกลับได้ชัดเจนที่สุด  แต่ผู้หญิงไม่สามารถขึ้นได้  เราส่งพ่อกบขึ้นไปถ่ายรูปมาให้ดูกันจ้ะ 




แม่กับข้าวหอมรอพ่อกบอยู่ด้านล่าง 




รูปพระธาตุหัวกลับที่พ่อกบไปถ่ายลงมาให้พวกเราได้ชมกัน




จากนั้นเราก็เดินไปด้านในวัดกันต่อ  ส่วนด้านในจะเป็นกุฎิพระสงฆ์  มีหอพระแก้วมีพระแก้วจำลองให้นมัสการ   มีพิพิธภัณท์ของโบราณ  ข้าวหอมเริ่มดูและสนใจสิ่งของในพิพิธภัณท์ที่แม่พยายามอธิบายเป็นบางอย่างได้แล้ว  ในรูปกำลังสนใจดูสกุลเงินต่างๆ 

 


หลังจากนั้นเราก็ไปบริจาคทำบุญถวายกระเบื้องบูรณะหลังคาวัดกัน  ข้าวหอมสามารถเขียนชื่อตัวเองในแผ่นกระเบื้องได้แล้ว 

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเกือบเที่ยงวันแล้ว  เราแวะซื้อกล้วยย่างบริเวณลานจอดรถรองท้องกัน แล้วก็มุ่งหน้าเข้าเชียงใหม่ทันที  เราถึงเชียงใหม่ก็บ่ายแล้ว หิวกันมากเลย   แม่เจอข้อมูลในเน็ตว่ามีร้านแถวถนนนิมมานเหมินต์เป็นสลัดน่าทานมากๆชื่อ The salad concept  แต่ที่ร้านคนเยอะมากๆ เกือบไม่มีที่นั่งแน่ะ  แม่เกือบถอดใจย้ายร้านแล้ว   แต่พนักงานที่นี่น่ารักมากๆคอยกุลีกุจอช่วยหาโต๊ะให้  เราก็เลยได้โต๊ะด้านนอก  อากาศไม่ร้อนเลยนั่งได้ดีเชียว    อาหารก็ไม่รอนานมากถึงแม้จะคนเยอะแต่เค้าบริหารจัดการได้ดีเลยละ 
    


รูปบรรยากาศตัวร้านด้านนอกที่เรานั่งกัน




แม่สั่งสลัดเนื้อย่างให้พ่อกบ น่าทานมากๆเลย 




ส่วนของข้าวหอมเป็นสลัดปลา อร่อยมากๆ น้ำจิ้มเค้าอร่อยดี  ส่วนของแม่เป็นสลัดกุ้ง  แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา     สรุปว่าอาหารอร่อย  บรรยากาศใช้ได้  คนเยอะไปหน่อย แต่เค้าก็บริการรวดเร็วดี  ราคาถ้าเทียบกับที่กรุงเทพ ก็ต้องถือว่าไม่แพงจนเกินไป 




กินอิ่มแล้วของพ่อกบเกลี้ยงชามเลย   แม่แบ่งกินกับข้าวหอม  ส่วนของแม่เองต้องห่อกลับ เพราะชามใหญ่มากกินกันไม่หมด    

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่สวนสัตว์เปิดเชียงใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกันเลย 



อย่างแรกเราก็แวะไปทักทายแพนด้ากันก่อนเลย




ตอนบ่ายไม่หนาวแล้ว แม่เลยถอดเสื้อตัวนอกข้าวหอมออก



แม่-ลูกถ่ายคู่แม่แพนด้า



ด้านในโดมแพนด้า  ซึ่งเป็นส่วนสร้างใหม่ ปีที่แล้วเรามายังไม่เสร็จเลย ปีนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว สำหรับหลินปิงโดยเฉพาะ      ข้าวหอมกำลังทำท่าเป็นหมีแพนด้ากินใบไผ่



พ่อกบกำลังพยายามทำท่ายกหมีแพนด้าไว้ในมือ




วันนี้เรามาตอนแพนด้าตื่นเลยได้เห็นมันกิน  ไม่งั้นมาทีไรนอนทุกที 

ตัวนี้รู้สึกจะเป็นตัวพ่อแพนด้านะ




จากนั้นเราก็เดินชมสัตว์นิดหน่อย  แล้วก็ไปตรงส่วนที่เป็น อควอเรียม  ด้านหน้าจะเป็นทะเลสาบ  ในนั้นมีลูกบอลยักษ์ลอยน้ำให้เล่น   พ่อกบเลยขอลงไปเล่นกับข้าวหอม ส่วนแม่ขอบายเพราะไม่ชอบเล่นอะไรแปลกๆอยู่แล้ว  ขอเป็นตากล้องให้ดีกว่า




พ่อลูกในบอลยักษ์





สนุกสนานกันใหญ่  เค้าให้เวลารอบละ 15 นาทีได้  ดีแล้วละที่ไม่นาน เพราะแดดร้อนมากเลย  ขนาดอยู่ในลูกบอลแม่ว่าก็ต้องร้อนแน่ๆ 




  กำลังออกจากลูกบอล


สนุกจังเลยค่ะ  วันหลังเล่นกันใหม่นะคะพ่อ 




จากนั้นเราก็เดินไปส่วนสวนสัตว์เด็ก  ซึ่งมีสัตว์เล็กๆพวกระต่าย หนู  ให้ดู  และก็มีสนามเด็กเล่นด้วย   อันนี้ถูกใจข้าวหอมมากกว่าดูสัตว์อีก





จากนั้นเราก็ไปนั่งรถไฟแบบเป็นรถรางวิ่งอยู่ในรางปูน  รอบๆสวนสัตว์  แต่รอบเล็กๆนะ  ไม่เหมือนรถโมโนเรลเป็นคนละวงรอบกัน   อันนี้เน้นแนวเด็กๆกว่า   แต่โมโนเรลเราเคยขึ้นแล้วเมื่อปีที่แล้ว และปีนี้โมโนเรลก็เสียด้วยเค้าปิดซ่อมอยู่ 





เป็นแบบรถไฟโบราณประมาณนี้แหละ  รูปนี้วานนักท่องเที่ยวคนอื่นถ่ายให้





รอบๆที่รถวิ่งก็จะเจอสัตว์ต่างๆของจริงบ้างรูปปั้นบ้างสลับกันไป  แล้วเค้าก็วนกลับมาส่งที่เดิม 





จากนั้นเราก็ไปดูนกเพนกวินกัน  แล้วก็แวะดูสัตว์อีกนิดหน่อย  ก็ใกล้เวลาปิดสวนสัตว์คือ 5 โมงเย็นแล้ว   เราก็เลยรีบออกมากัน   แล้วไปแวะที่โรงแรม รติลานนา  ที่พักก่อนเพื่อเก็บของและอาบน้ำให้สดชื่น  แล้วออกไปทานอาหารเย็นกันต่อ




เย็นนี้เราเลือกทานกันที่ร้านเฮือนสุนทรีเหมือนเดิม    ร้านโปรดของเราที่ต้องมาทุกครั้งเวลามาเชียงใหม่  เพราะอาหารเค้าอร่อย ราคาไม่แพงเวอร์  บรรยากาศก็ดี 



ข้าวหอมกับที่เดิม  ที่เคยถ่ายรูปเมื่อปีที่แล้ว  สังเกตุว่าเหมือนกันมากๆเลย   ไว้คราวหน้ามาใหม่เราก็จะมาถ่ายรูปแบบนี้อีก  ถ้าเค้ายังตั้งป้ายนี้อยู่นะ 




หลังทานอาหารเสร็จเราก็ไปเดินกันที่ถนนคนเดินแถวประตูท่าแพต่อ  จริงๆข้าวหอมแอบหลับไปในรถด้วย  แต่พอถึงพ่อก็อุ้มลงมาเดินดูของด้วยความที่อยากซื้อของมาก  ตอนแรกลูกงอแงนิดหน่อย  แต่พอผ่านร้านขายลูกโป่ง ได้ลูกโป่งมาก็เลิกงอแงเป็นปลิดทิ้ง  ยอมเดินดูของพร้อมพ่อแม่   ได้เป็นชั่วโมงเลย  เราได้ของแต่งบ้านมากันนิดหน่อย   จริงๆอยากเดินเยอะกว่านี้  แต่ติดว่าเริ่มดึกแล้วสงสารลูก   เลยต้องตัดใจกลับกัน





บรรยากาศร้านขายของและการแสดงดนตรีของกลุ่มคนพิการ ที่บริเวณถนนคนเดิน   ที่นี่จะเปิดเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์   ปีที่แล้วเรามาไม่ตรงวันก็ไม่ได้มากัน  ปีนี้มีโอกาสได้เดินนิดหน่อยก็ยังดีนะ   ไว้คราวหลังเรามาข้าวหอมโตกว่านี้คงเดินซื้อของกันสนุกไปเลยนะลูก 



รักข้าวหอม + พ่อกบ ทุกวันเลยจ้ะ 


แม่เบียร์ 

บันทึกเมื่อ 16 กพ 2554   




                             

1 ความคิดเห็น: