วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

คันไซทริป 25-30 สค 2553 วันที่หก

30 สค 2553



                             วันสุดท้ายที่ญี่ปุ่นแล้ว แถมเรามีเวลาเที่ยวแค่ครึ่งวันเช้าด้วย ช่วงบ่ายต้องเตรียมตัวกลับแล้ว  เรายังต้องเก็บตกวัดและปราสาทในเกียวโตที่หลุดรายการไปอีก 3 ที่แน่ะ  คือ วัดน้ำใส  ศาลเจ้าเฮอัน  ปราสาทนิโจ   ดูจากแผนที่แล้วอยู่ในเมืองหมดเลย ไม่ไกลโรงแรมเรามากด้วยเลยคิดว่านั่งแท็กซี่น่าจะทำเวลาได้หมดทุกอันและไม่น่าแพงมากด้วยเพราะดูแล้วใกล้กันหมด  ซึ่งปรากฎว่าคิดถูกมากๆๆ  เพราะเราเรียกแท็กซี่คันใหญ่ที่นั่งได้ 5 คน (ข้าวหอมเป็นตัวแถมได้เพราะยังเล็กมาก ) เริ่มต้น 2 กมแรกคิด 650 เยน  ปรากฎว่าเรานั่งไปแต่ละที่ก็ประมาณ 1000 เยนได้ ซึ่งถ้าหารต่อคนแล้วตกแค่คนละ 200 เยนต่อเที่ยวซึ่งคุ้มมากเพราะถ้านั่งรถบัสก็คนละขั้นต่ำ 220 เยนแล้ว  มาดูรูปกันเลยดีกว่าจ้ะ


รูปพ่อ-ลูกหน้าโรงแรม ข้าวหอมได้ใส่ชุดญี่ปุ่นสมใจอยากแล้ว



พ่อแม่ลูก



บริเวณทางเดินขึ้นวัดน้ำใส  เราไปถึงแต่เช้าเพราะรู้ว่าวัดนี้เปิดเช้ามากๆแล้วถ้าสายก็จะคนเยอะด้วย  แต่พอเช้ามากร้านค้าก็เลยยังไม่เปิด  ไม่เป็นไรเดี๊ยวเรามาแวะขาลงก็ได้



เด็กน้อยนั่งสบายในรถเข็นให้แม่เข็นขึ้นวัดซึ่งทางเป็นเนินขึ้นไป




ถึงแล้วด้านหน้าวัดน้ำใส ( kiyomizudera temple ) ยังมีส่วนด้านในให้เดินเข้าไปชมอีกเยอะ




ขอแม่เดี่ยวหน่อย  ต้องรีบถ่ายรูปตอนนี้ยังเช้าแดดยังไม่ร้อนเท่าไหร่



เดินผ่านส่วนแรกมา ใกล้จะเข้าไปในวัดแล้ว มีส่วนให้ตักน้ำชำระร่างกายก่อนเช่นเคย  ข้าวหอมก็ชอบเล่นสนุกอีกเช่นเคย



แม่ขอทำมั่ง   ข้าวหอมใส่ชุดญี่ปุ่น แต่แอบใส่ crocs kitty  เพราะแม่ไม่ได้เตรียมรองเท้าเกี๊ยะญี่ปุ่นให้ เพราะข้าวหอมใส่รองเท้าหนีบๆไม่เป็น
 พอผ่านส่วนด้านนี้มาเราก็ต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าชมวัดที่นี่ค่าเข้า  300 เยน นับว่าไม่แพงนะเพราะบางที่ตั้ง 500-600 เยนแน่ะ   ทั้งๆที่จริงๆวัดน้ำใสเนี่ยเป็นไฮไลท์ของวัดในเกียวโตเลยนะ 



น้องข้าวหอมขอพรพระ  ไม่รู้ขออะไรบ้าง



ที่นี่จะมีระเบียงใหญ่ยื่นลงไปในหุบเขาเห็นวิวเมืองเกียวโต 2 ระเบียง  เราถ่ายรูประเบียงด้านนี้จากที่เรายืนอยู่อีกระเบียงนึง   ถ้าเป็นหน้าซากุระหรือใบไม้แดง  หุบเขาบริเวณนี้ก็จะเต็มไปด้วยสีสันสวยมากๆ  ตอนนี้เห็นแต่สีเขียวๆอย่างเดียว



หอคอยเกียวโตถ่ายจากระเบียงในวัดน้ำใส



แม่ยืนอยู่ที่ระเบียงแรกถ่ายรูปไปเห็นระเบียงที่ 2 อยู่ด้านหลัง



ขอแม่เดี่ยวๆบ้างนะ




แม่ไทยกับลูกสาวญี่ปุ่น




พ่อไทยกับลูกสาวญี่ปุ่นบ้าง



รูปนี้ถ่ายจากด้านบนระเบียง เราต้องเดินลงบันไดไปด้านล่าง จะถึงบริเวณนี้เป็นส่วนที่ให้มาตักน้ำไปดื่มกัน  อันนี้เป็นน้ำบริสุทธิ์ที่ไหลมาจากภูเขาเป็น 3 สาย ว่ากันว่าดื่มแล้วจะทำให้ได้พร 3 อย่างคือ  สุขภาพแข็งแรง  ฉลาด  มีเงินทอง  เค้ามีกระบวยสแตนเลสให้ตักดื่มมีการทำความสะอาดกระบวยด้วยแสงยูวีทุกครั้งที่ใช้เสร็จ 




แม่ลูกที่ระเบียงแรก



ทำท่าอะไรกันน้า



ขอพ่อกับข้าวหอมบ้างสิ



อันนี้เราเดินมาที่ระเบียงที่ 2  แล้ว ถ่ายรูปกลับไปด้านหลังเป็นระเบียงแรกบ้าง




ครอบครัวที่ระเบียงที่ 2






               ช่วงนี้ต้องเก็บรูปพ่อลูกเยอะหน่อย เตรียมไว้ทำบอร์ดวันพ่อ งานวันพ่อที่โรงเรียนข้าวหอม




พ่อกบวิ่งกลับไปที่ระเบียงแรกให้แม่ถ่ายรูปจากระเบียงที่ 2 ให้ เลียนแบบรูปที่เห็นในหนังสือ



น้องข้าวหอม donate coin 



ขอรูปคู่บ้าง ระหว่างเดินลงไปจากระเบียงที่ 2 เพื่อไปด้านล่างส่วนที่ตักน้ำขอพรดื่ม



พ่อลูกร่วมมือกันตักน้ำใหญ่เลย


รวมพลังกันตักน้ำ




ให้ลูกหอมดื่มและล้างหน้าไปด้วยเลย

 

ทางเดินออกมีสวนสวยดี




แวะช้อปปิ้งร้านค้าที่ทยอยเปิดเกือบหมดแล้ว มีกลุ่มนักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปข้าวหอมใส่ชุดยูกาตะมาเที่ยววัด  ข้าวหอมก็ยอมให้ถ่ายแต่โดยดี



เปลี่ยนท่าให้ถ่ายรูปด้วย



บรรยากาศร้านค้า  น่าช้อปมากๆ เสียดายมีเวลาน้อย ต้องรีบทำเวลาให้ทันที่เที่ยวอีก 2 แห่ง



ข้าวหอมวิ่งเล่นรอหน้าร้านที่พ่อกับแม่เข้าไปซื้อของฝาก




รอพ่อกบซื้อของ  เราได้ขนมและของที่ระลึกจากร้านหน้าวัดน้ำใสพอสมควร  แล้วจากนั้นเดินมาด้านหน้าวัดก็มีรถแท็กซี่จอดรอผู้โดยสารหลายคันเลย  เราก็เลยเรียกเพื่อเดินทางไปศาลเจ้าเฮอันต่อ 





หน้าศาลเจ้าเฮอัน( Heian shrine )  ที่นีให้ชมฟรี  ส่วนใหญ่ศาลเจ้าจะให้เข้าชมฟรีได้  แต่วัดต้องเสียเงิน





เสาโทโอริด้านหน้าศาลเจ้าเฮอัน  เป็นเสาโทโอริคู่ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลย




เสาโทโอริในมือพ่อกบ



ครอบครัวหน้าศาลเจ้าเฮอัน



พ่อแม่ลูก



ข้าวหอมโดนนักท่องเที่ยวเกาหลีขอถ่ายรูปอีกแล้ว




เค้าขอถ่ายรูปคู่แม่ลูก  แม่เลยพลอยดังไปกับข้าวหอมด้วย








น้องข้าวหอมขอไปเล่นน้ำที่เค้าไว้ให้ชำระล้างมือและหน้าอีกแล้ว



มีป้ายขอพร  มีคนมาเขียนไว้เป็นภาษาไทยด้วย




แม่พ่อและพี่พลอยเดินเข้าไปเที่ยวด้านในกัน 3 คน  ข้าวหอมไปเข้าห้องน้ำเล่นน้ำกับคุณย่า




เราเข้าไปด้านในเดินชมเล็กน้อย ซื้อของที่ระลึกแล้วก็รีบออกมาเพื่อจะได้ไปชมปราสาทนิโจทัน




ข้าวหอมขอเล่นน้ำต่ออีกหน่อยที่หน้าทางออกศาลเจ้า





อารมณ์ดีได้เล่นน้ำ




จากนั้นเราก็เรียกแท็กซี่ไปปราสาทนิโจต่อ   รูปนี้ถ่ายที่หน้าปราสาท ค่าเข้าชมภายในตั้ง 600 เยนแน่ะ  แถมไม่ให้ถ่ายรูปด้านในด้วย 



เดินเข้าไปชมปราสาทด้านใน



ชมด้านในปราสาทเสร็จ  เดินออกมาจะเจอสวนสวน เราชมสวนแค่นิดหน่อยก็ไปซื้อของที่ระลึกแล้วรีบกลับไปโรงแรมเอากระเป๋าและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าวหอมกัน พร้อมทั้งทานอาหารกลางวันแถวโรงแรม  เดี๊ยวไปขึ้นรถไฟไม่ทัน




ข้าวหอมเปลี่ยนเสื้อเรียบร้อย  เป็นชุดเตรียมเดินทางกลับบ้าน 




ระหว่างนั่งรอรถไฟ ขบวน Haruka นั่งกลับสนามบินคันไซ  ราคาคนละ 2980 เยน




วิวระหว่างทางรถไฟ   เราใช้เวลาในรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงได้ นับว่าเร็วมาก  แวะจอดที่โอซาก้าที่เดียวเอง ก็ตรงเข้าสนามบินเลย 




บนรถในสนามบินคันไซ  หลังจากทานอาหารและช้อปปิ้งในสนามบินกันเรียบร้อยนั่งไป gate ที่เครื่องบินอยู่  ซึ่งมันเดินไกล เค้าเลยมีรถบริการให้ ดีจริงๆ






รูปข้าวหอมกับเครื่องบินที่สนามบินคันไซ 


หลังจากนั้นเราก็ขึ้นเครื่องรอบ 18.30 น เดินทางประมาณ 5.30 ชั่วโมงก็ถึงเมืองไทย  ข้าวหอมก็หลับมาในเครื่อง  ส่วนแม่ก็กินอาหารที่เค้าเสริฟและหลับไปนิดหน่อย  เครื่องบินขากลับก็ว่างเราได้แยกนั่งยืดเส้นยืดสายกัน    ส่วนข้าวหอมได้นอนยาวสบายเลย   


กลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ   สนุกสนานกันดี เพียงแต่เหนื่อยแล้วก็ร้อนไปหน่อย    แต่อยากเที่ยวเองไม่ได้ไปกับทัวร์ก็จะเหนื่อยแบบนี้แหละ   แต่แม่ชอบนะ   ไว้คราวหลังเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเองอีก   แต่คราวหน้าจะไปตอนที่อากาศดีๆแล้วละ  อยากไปดูใบไม้แดง  แล้วก็ไปดูฟูจิซัง  กับไปโตเกียวดิสนีย์ด้วย


      ญี่ปุ่นจ๋ารอครอบครัวเราก่อนนะจ้ะ  ไว้ได้พบกันอีกแน่ๆ 



 รักข้าวหอม+ พ่อกบมาก



แม่เบียร์



















                            

1 ความคิดเห็น:

  1. ข้าวหอมเหมือนเด็กญี่ปุ่นเลยนะ สงสัยคงจะมีทริปแจแปนอีกในไม่นานนี้นะจ๊ะ

    ตอบลบ