วันสุดท้ายที่ญี่ปุ่นแล้ว แถมเรามีเวลาเที่ยวแค่ครึ่งวันเช้าด้วย ช่วงบ่ายต้องเตรียมตัวกลับแล้ว เรายังต้องเก็บตกวัดและปราสาทในเกียวโตที่หลุดรายการไปอีก 3 ที่แน่ะ คือ วัดน้ำใส ศาลเจ้าเฮอัน ปราสาทนิโจ ดูจากแผนที่แล้วอยู่ในเมืองหมดเลย ไม่ไกลโรงแรมเรามากด้วยเลยคิดว่านั่งแท็กซี่น่าจะทำเวลาได้หมดทุกอันและไม่น่าแพงมากด้วยเพราะดูแล้วใกล้กันหมด ซึ่งปรากฎว่าคิดถูกมากๆๆ เพราะเราเรียกแท็กซี่คันใหญ่ที่นั่งได้ 5 คน (ข้าวหอมเป็นตัวแถมได้เพราะยังเล็กมาก ) เริ่มต้น 2 กมแรกคิด 650 เยน ปรากฎว่าเรานั่งไปแต่ละที่ก็ประมาณ 1000 เยนได้ ซึ่งถ้าหารต่อคนแล้วตกแค่คนละ 200 เยนต่อเที่ยวซึ่งคุ้มมากเพราะถ้านั่งรถบัสก็คนละขั้นต่ำ 220 เยนแล้ว มาดูรูปกันเลยดีกว่าจ้ะ
รูปพ่อ-ลูกหน้าโรงแรม ข้าวหอมได้ใส่ชุดญี่ปุ่นสมใจอยากแล้ว
พ่อแม่ลูก
บริเวณทางเดินขึ้นวัดน้ำใส เราไปถึงแต่เช้าเพราะรู้ว่าวัดนี้เปิดเช้ามากๆแล้วถ้าสายก็จะคนเยอะด้วย แต่พอเช้ามากร้านค้าก็เลยยังไม่เปิด ไม่เป็นไรเดี๊ยวเรามาแวะขาลงก็ได้
เด็กน้อยนั่งสบายในรถเข็นให้แม่เข็นขึ้นวัดซึ่งทางเป็นเนินขึ้นไป
ถึงแล้วด้านหน้าวัดน้ำใส ( kiyomizudera temple ) ยังมีส่วนด้านในให้เดินเข้าไปชมอีกเยอะ
ขอแม่เดี่ยวหน่อย ต้องรีบถ่ายรูปตอนนี้ยังเช้าแดดยังไม่ร้อนเท่าไหร่
เดินผ่านส่วนแรกมา ใกล้จะเข้าไปในวัดแล้ว มีส่วนให้ตักน้ำชำระร่างกายก่อนเช่นเคย ข้าวหอมก็ชอบเล่นสนุกอีกเช่นเคย
แม่ขอทำมั่ง ข้าวหอมใส่ชุดญี่ปุ่น แต่แอบใส่ crocs kitty เพราะแม่ไม่ได้เตรียมรองเท้าเกี๊ยะญี่ปุ่นให้ เพราะข้าวหอมใส่รองเท้าหนีบๆไม่เป็น
พอผ่านส่วนด้านนี้มาเราก็ต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าชมวัดที่นี่ค่าเข้า 300 เยน นับว่าไม่แพงนะเพราะบางที่ตั้ง 500-600 เยนแน่ะ ทั้งๆที่จริงๆวัดน้ำใสเนี่ยเป็นไฮไลท์ของวัดในเกียวโตเลยนะ
น้องข้าวหอมขอพรพระ ไม่รู้ขออะไรบ้าง
ที่นี่จะมีระเบียงใหญ่ยื่นลงไปในหุบเขาเห็นวิวเมืองเกียวโต 2 ระเบียง เราถ่ายรูประเบียงด้านนี้จากที่เรายืนอยู่อีกระเบียงนึง ถ้าเป็นหน้าซากุระหรือใบไม้แดง หุบเขาบริเวณนี้ก็จะเต็มไปด้วยสีสันสวยมากๆ ตอนนี้เห็นแต่สีเขียวๆอย่างเดียว
หอคอยเกียวโตถ่ายจากระเบียงในวัดน้ำใส
แม่ยืนอยู่ที่ระเบียงแรกถ่ายรูปไปเห็นระเบียงที่ 2 อยู่ด้านหลัง
ขอแม่เดี่ยวๆบ้างนะ
แม่ไทยกับลูกสาวญี่ปุ่น
พ่อไทยกับลูกสาวญี่ปุ่นบ้าง
รูปนี้ถ่ายจากด้านบนระเบียง เราต้องเดินลงบันไดไปด้านล่าง จะถึงบริเวณนี้เป็นส่วนที่ให้มาตักน้ำไปดื่มกัน อันนี้เป็นน้ำบริสุทธิ์ที่ไหลมาจากภูเขาเป็น 3 สาย ว่ากันว่าดื่มแล้วจะทำให้ได้พร 3 อย่างคือ สุขภาพแข็งแรง ฉลาด มีเงินทอง เค้ามีกระบวยสแตนเลสให้ตักดื่มมีการทำความสะอาดกระบวยด้วยแสงยูวีทุกครั้งที่ใช้เสร็จ
แม่ลูกที่ระเบียงแรก
ทำท่าอะไรกันน้า
ขอพ่อกับข้าวหอมบ้างสิ
อันนี้เราเดินมาที่ระเบียงที่ 2 แล้ว ถ่ายรูปกลับไปด้านหลังเป็นระเบียงแรกบ้าง
ครอบครัวที่ระเบียงที่ 2
ช่วงนี้ต้องเก็บรูปพ่อลูกเยอะหน่อย เตรียมไว้ทำบอร์ดวันพ่อ งานวันพ่อที่โรงเรียนข้าวหอม
พ่อกบวิ่งกลับไปที่ระเบียงแรกให้แม่ถ่ายรูปจากระเบียงที่ 2 ให้ เลียนแบบรูปที่เห็นในหนังสือ
น้องข้าวหอม donate coin
ขอรูปคู่บ้าง ระหว่างเดินลงไปจากระเบียงที่ 2 เพื่อไปด้านล่างส่วนที่ตักน้ำขอพรดื่ม
พ่อลูกร่วมมือกันตักน้ำใหญ่เลย
รวมพลังกันตักน้ำ
ให้ลูกหอมดื่มและล้างหน้าไปด้วยเลย
ทางเดินออกมีสวนสวยดี
แวะช้อปปิ้งร้านค้าที่ทยอยเปิดเกือบหมดแล้ว มีกลุ่มนักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปข้าวหอมใส่ชุดยูกาตะมาเที่ยววัด ข้าวหอมก็ยอมให้ถ่ายแต่โดยดี
เปลี่ยนท่าให้ถ่ายรูปด้วย
บรรยากาศร้านค้า น่าช้อปมากๆ เสียดายมีเวลาน้อย ต้องรีบทำเวลาให้ทันที่เที่ยวอีก 2 แห่ง
ข้าวหอมวิ่งเล่นรอหน้าร้านที่พ่อกับแม่เข้าไปซื้อของฝาก
รอพ่อกบซื้อของ เราได้ขนมและของที่ระลึกจากร้านหน้าวัดน้ำใสพอสมควร แล้วจากนั้นเดินมาด้านหน้าวัดก็มีรถแท็กซี่จอดรอผู้โดยสารหลายคันเลย เราก็เลยเรียกเพื่อเดินทางไปศาลเจ้าเฮอันต่อ
หน้าศาลเจ้าเฮอัน( Heian shrine ) ที่นีให้ชมฟรี ส่วนใหญ่ศาลเจ้าจะให้เข้าชมฟรีได้ แต่วัดต้องเสียเงิน
เสาโทโอริด้านหน้าศาลเจ้าเฮอัน เป็นเสาโทโอริคู่ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลย
เสาโทโอริในมือพ่อกบ
ครอบครัวหน้าศาลเจ้าเฮอัน
พ่อแม่ลูก
ข้าวหอมโดนนักท่องเที่ยวเกาหลีขอถ่ายรูปอีกแล้ว
เค้าขอถ่ายรูปคู่แม่ลูก แม่เลยพลอยดังไปกับข้าวหอมด้วย
น้องข้าวหอมขอไปเล่นน้ำที่เค้าไว้ให้ชำระล้างมือและหน้าอีกแล้ว
มีป้ายขอพร มีคนมาเขียนไว้เป็นภาษาไทยด้วย
แม่พ่อและพี่พลอยเดินเข้าไปเที่ยวด้านในกัน 3 คน ข้าวหอมไปเข้าห้องน้ำเล่นน้ำกับคุณย่า
เราเข้าไปด้านในเดินชมเล็กน้อย ซื้อของที่ระลึกแล้วก็รีบออกมาเพื่อจะได้ไปชมปราสาทนิโจทัน
ข้าวหอมขอเล่นน้ำต่ออีกหน่อยที่หน้าทางออกศาลเจ้า
อารมณ์ดีได้เล่นน้ำ
จากนั้นเราก็เรียกแท็กซี่ไปปราสาทนิโจต่อ รูปนี้ถ่ายที่หน้าปราสาท ค่าเข้าชมภายในตั้ง 600 เยนแน่ะ แถมไม่ให้ถ่ายรูปด้านในด้วย
เดินเข้าไปชมปราสาทด้านใน
ชมด้านในปราสาทเสร็จ เดินออกมาจะเจอสวนสวน เราชมสวนแค่นิดหน่อยก็ไปซื้อของที่ระลึกแล้วรีบกลับไปโรงแรมเอากระเป๋าและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าวหอมกัน พร้อมทั้งทานอาหารกลางวันแถวโรงแรม เดี๊ยวไปขึ้นรถไฟไม่ทัน
ข้าวหอมเปลี่ยนเสื้อเรียบร้อย เป็นชุดเตรียมเดินทางกลับบ้าน
ระหว่างนั่งรอรถไฟ ขบวน Haruka นั่งกลับสนามบินคันไซ ราคาคนละ 2980 เยน
วิวระหว่างทางรถไฟ เราใช้เวลาในรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงได้ นับว่าเร็วมาก แวะจอดที่โอซาก้าที่เดียวเอง ก็ตรงเข้าสนามบินเลย
บนรถในสนามบินคันไซ หลังจากทานอาหารและช้อปปิ้งในสนามบินกันเรียบร้อยนั่งไป gate ที่เครื่องบินอยู่ ซึ่งมันเดินไกล เค้าเลยมีรถบริการให้ ดีจริงๆ
รูปข้าวหอมกับเครื่องบินที่สนามบินคันไซ
หลังจากนั้นเราก็ขึ้นเครื่องรอบ 18.30 น เดินทางประมาณ 5.30 ชั่วโมงก็ถึงเมืองไทย ข้าวหอมก็หลับมาในเครื่อง ส่วนแม่ก็กินอาหารที่เค้าเสริฟและหลับไปนิดหน่อย เครื่องบินขากลับก็ว่างเราได้แยกนั่งยืดเส้นยืดสายกัน ส่วนข้าวหอมได้นอนยาวสบายเลย
กลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ สนุกสนานกันดี เพียงแต่เหนื่อยแล้วก็ร้อนไปหน่อย แต่อยากเที่ยวเองไม่ได้ไปกับทัวร์ก็จะเหนื่อยแบบนี้แหละ แต่แม่ชอบนะ ไว้คราวหลังเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเองอีก แต่คราวหน้าจะไปตอนที่อากาศดีๆแล้วละ อยากไปดูใบไม้แดง แล้วก็ไปดูฟูจิซัง กับไปโตเกียวดิสนีย์ด้วย
ญี่ปุ่นจ๋ารอครอบครัวเราก่อนนะจ้ะ ไว้ได้พบกันอีกแน่ๆ
รักข้าวหอม+ พ่อกบมาก
แม่เบียร์
ข้าวหอมเหมือนเด็กญี่ปุ่นเลยนะ สงสัยคงจะมีทริปแจแปนอีกในไม่นานนี้นะจ๊ะ
ตอบลบ